Gormster's Site

Blog EntryAround UKOct 13, '07 5:13 PM
for everyone
North Wales

หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่อังกฤษแล้ว เราสองคนก็เที่ยวเริ่มต้นเที่ยวกันแทบจะทุกอาทิตย์ เรียกได้ว่าสองเดือนแรกเราจะอยู่บ้านเฉพาะตอนจอนไปทำงานเท่านั้น นอกนั้นออกไปข้างนอกตลอด ถ้าเป็นวันธรรมดา็ก็้ไปตามห้าง ไปกินข้าวไกลจากบ้านบ้าง แล้วแต่ว่าจอนจะพาไป แต่ถ้าเป็นช่วง Weekend แล้วละก้อ ต้องออกไปนอนที่อื่นเท่านั้น จำไม่ได้หรอว่าไปไหนมาบ้าง เพิ่งมาพยายามนั่งนึกก็ตอนที่ต้องมาเขียนใน Blog นี่แหละ (ขอบคุณปุ๊กกี้เพื่อนรัก ที่ทำให้เพื่อนรู้จักกับไฮเทคโนโลยี)


Edinburgh Castle

เนื่องจากจอนเป็นคนที่ไม่สามารถตัดสินใจจะไปที่ไหนก็ตามได้ก่อน 48 ชั่วโมง น้อยครั้งมากๆ ที่เราจะมีการวางแผนอย่างรัดกุม (พูดเว่อร์ไปป่าวนี่) ถ้าเป็นที่ที่ไกลจากบ้านหน่อย เราจะจองที่พักกันไปก่อน เช่น Edinburdh, Scotland แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไปจองที่พักเอาดาบนั้นตลอด Tourist Information ช่วยคุณได้


London


และก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าประเทศนี้ฝนตกได้ทุกวัน เราจึงไม่ได้มานั่งดูพยากรณอากาศให้เสียความรู้สึก ถ้าอยากไปไหนก้ไปกันเลย แต่เอา Walking Boots กับ RainCoat ไปด้วยเท่านั้นแหละ ฝนตกก็ไม่กลัว แถมครั้งหลังสุดเราไปปีนเขาที่ Lake District เลยได้ RainTrousers มาเป็นตัวช่วยอีกตัว

ช่วงสองเดือนแรกเราสองคนจึงไปเที่ยวแบบพักค้างคืนกันได้ทุกอาทิตย์ ที่เราไปมาก็มี  Lake District, Peak District, NorthWales, Edinburgh, Newcastle, York, Richmond, Liverpool etc. ยิ่งถ้ามี Bank Holiday ด้วยนะ เราไม่เคยพลาด จนกระทั้งพ่อ-แม่จอนบ่นว่าเราสองคนไม่คิดจะหยุดดูแลบ้านบ้างหรอ เริ่มจัดของตกแต่งบ้านได้แล้ว นั้นแหละสองคนจึงคิดได้ หยุดเที่ยวค้างคืนไปสองอาทิตย์ไปเที่ยว One Day Trip แทน พ่อ-แม่จะได้ไม่รู้ ฮิฮิ...

เราสองคนมักจะเลือกไปเที่ยวทางตอนเหนือของ Manchester ซะมากกว่า ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จะมีที่ไปใต้สุดก็คงเป็น London แล้วที่ไปบ่อยสุดก็คงเป็น Lake District เพราะใกล้บ้าน และเดินทางสะดวก อยากไปทางใต้อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ทรัพย์จางอยู่ แถมคนขับรถประจำตัวก็งานยุ่งเหลือหลาย วันหยุดประจำปีก็ใช้ไปหมดแล้ว ได้แต่นั้งรอให้หมดปีนี้ไปก่อน แต่เชื่อเถอะเดี๋ยวก็ได้ไปนอนที่อื่นจนได้ เพราะเราไปเจอโรงแรมราคาถูกมากๆ แถมส่งคนไปใช้บริการมาแล้วซะด้วย ตอนนี้รอให้มีเวลาสะดวกเท่านั้นแหละ

อ้อ มีอีกอย่างหนึ่งเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าทริปของเราประมาณ 90% เจอฝนตลอดเลย ไม่มากก็น้อย ไม่รวมลมที่พัดแรงๆ กับอากาศหนาวยะเยือก


โม้มาซะตั้งนานไปนอนดีกว่า


ป.ล. ใครอยากดูรูปเพิ่มก็เข้าไปดูใน flickr นะค่ะ









หลังจากที่เราแต่งงานได้หนึ่งเดือน เราก็บินตามจอนมาอยู่ที่อังกฤษ ที่มาอยู่ที่นี่ช้าก็เพราะเราต้องการใกล้ชิดกับครอบครัวให้มากที่สุด ก่อนที่เราจะมีครอบครัวของเราเอง ซึ่งตอนนั้นพ่อเราก็ป่วยมาได้สองเดือนแล้ว แต่ใครจะรู้ว่านั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ี่เราได้เจอพ่อ

พ่อเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เดือนตุลาคม 49 แล้วได้ออกมาจากร.พ.ครั้งเดียวก็คือ งานแต่งงานของเรา ซึ่งหมออนุญาตให้มานอนที่บ้านสองคืน โดยฉีดยาให้หลายเข็ม และยาอีกหนึ่งถุงใหญ่หิ้วกลับมาด้วย พ่อมาร่วมงานทั้งตอนเช้า และตอนเย็น แต่พ่อจะเหนื่อยง่ายมากๆ หลังจากงานแต่งงาน พ่อก็กลับไปอยู่ร.พ.เหมือนเดิม จริงๆแล้วพ่อก็พยายามทำตัวเองให้แข็งแรง เพราะจะได้ออกจากร.พ.อีกครั้ง เพื่อมาส่งเราที่สนามบิน แต่ก็เป็นไปไม่ได้

จนเรามาอยู่ที่อังกฤษ (มาถึงวันที่ 15 ธ.ค. 49) ได้ประมาณ 10 วัน เช้าของวันที่ 26 ธ.ค. หลังจากคืนวัน X'Mas เราก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังแต่เช้า สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าจะมีเรื่องไม่ดี แต่ก็ไม่ได้คิดว่าพ่อจะไปเร็วขนาดนั้น แม่โทรมาบอกว่าให้กลับไทยด่วน หมอบอกว่าพ่อไม่ไหวแล้ว จะอยู่ได้ไม่เกิน 3 วัน ใครจะเชื่อก็ช่าง แต่เราไม่เชื่อ เพราะพ่อเป็นคยเข้มแข็งมากที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา ยังไงพ่อเราก็ต้องสู้กับเจ้าโรคบ้านี้ได้

จอนพยายามเข้าเนทหา flight ที่เราจะกลับให้ (จริงๆแล้วเรา book ได้แล้วว่าจะกลับไปหาพ่อช่วง เม.ย. 50) แต่ช่วงนั้นทุกสายการบินเต็มหมด หนึ่งชั่วโมงต่อมา เราก็โทรกลับไปบอกแม่ว่าเราคงกลับตอนนี้ไม่ได้ ตั๋ววันนี้ไม่มีเลย กำลังเช็คตั๋วของวันถัดๆไปอยู่  แต่แม่กลับบอกเราว่าไม่ทันแล้ว พ่อเพิ่งเสียไปได้สักพัก เรารู้สึกได้ว่าทุกอย่างเหมือนเป็นความฝัน เรากำลังฝันอยู่ใช่ไหม ได้แต่ร้องไห้อย่างเดียว มันไม่ควรจะมาเกิดกับครอบครัวเราเลย เรารู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เพียงแค่สามเดือนเท่านั้นกับการต่อสู้กับเจ้ามะเร็งร้าย ....

สุดท้ายเราก็ได้บินกลับช่วงเย็นของวันถัดไป เป็นการกลับไปเพื่อยอมรับความจริงว่าต่อไปนี้ เราจะไม่มีพ่อคอยดูแล ตักเตือนเหมือนแต่ก่อนแล้ว มันเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของเรา เราไม่ได้มีโอกาสแม้กระทั่งจะเห็นหน้าท่าน หรือกราบเท้าท่านเป็นครั้งสุดท้าย






Blog Entryวันแต่งงานของเราOct 11, '07 11:20 AM
for everyone



วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2549 เป็นวันแต่งงานของเราสองคน เรามีเวลาเตรียมงานเพียงแค่สี่เดือนเท่านั้น โชคดีที่มีญาติเป็น Wedding Organizer ช่วยจัดงานให้ ไม่อย่างนั้นเจ้าสาวคงแย่แน่ๆ เพราะคุณจอนไม่สามารถบินมาช่วยเตรียมงานใดๆได้เลย ดังนั้นทุกอย่างจึงจัดขึ้นวันเดียวกันเลย ทั้งงานหมั้น งานรดนำ้ และงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน

งานนี้ทำให้พ่อแม่และญาติของทั้งสองฝ่ายมีความสุขกันถ้วนหน้า แขกมาร่วมงานเยอะมากๆ ทั้งช่วงเช้าและเย็น งานผ่านไปได้ด้วยดี เพราะพี่หนุ่ม organizer ที่แสนดีคอยดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง ตั้งแต่ชุด รองเท้า จนถึงการจัดวางดอกไม้ในห้อง ฯลฯ เจ้าสาวและเจ้าบ่าวมีหน้าที่ยิ้มรับแขกอย่างเดียว...ใครสนใจ Wedding Organizer ติดต่อได้นะค่ะ...
 วันนั้นกว่างานจะเลิก เจ้าบ่าวหันมากระซิบถามเป็นสิบๆครั้งว่าทำไมญาติและเพื่อนเราเยอะจัง ยิ้มจนหน้าตึง เหงือกแห้งแล้วนะ ยังมากันไม่ครบอีกหรอ (ก้อแหม ครอบครัวกับเพื่อนๆเค้ามากันประมาณ 20 คนได้  แต่ของเราเกือบๆ 500 คนเอง)




© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 sonnenvogel.com All rights reserved.